“ปวิธ” นำรวดม้วนเดียว คว้าแชมป์เอเชียน ทัวร์ ในรอบ 7 ปี



20 กันยายน 2569 – ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ พัตต์เบอร์ดี้แชมป์ระยะ 4 ฟุตในหลุมสุดท้าย จบด้วยสกอร์รวม 25 อันเดอร์พาร์ 263 คว้าชัยในศึกหยางเต๋อ ทีพีซี ไปแบบนำรวดม้วนเดียว ที่สนามหลิงกั๋ว อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ประเทศไต้หวัน เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา โดยเฉือนชนะ คาซูกิ ฮิกะ แชมป์เก่าจากญี่ปุ่น เพียงสโตรคเดียว

เอเชียน ทัวร์ จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการ หยางเต๋อ ทัวร์นาเมนท์ เพลเยอร์ส แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 40 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 17-20 กันยายนที่ผ่านมา ปรากฎว่า โปรไช้-ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ ซึ่งทำสกอร์ขึ้นนำตั้งแต่รอบแรก ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการประเดิมอีเกิ้ลในหลุมแรก ตามด้วยอีก 4 เบอร์ดี้ มาเสียโบกี้แรกและโบกี้เดียวตลอดการเล่นทั้ง 4 วันที่หลุม 13 ก่อนทำแชมเปียนชิพพัตต์ระยะ 4 ฟุตในหลุมสุดท้าย จบ 18 หลุมเข้ามา 6 อันเดอร์พาร์ 66 รวมสี่วัน 25 อันเดอร์พาร์ 263 คว้าแชมป์เอเชียน ทัวร์ ในรอบ 7 ปี รับเงินรางวัลไป 216,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.2 ล้านบาท

ปวิธ นักกอล์ฟวัย 37 ปี ซึ่งชนะรายการของเอเชียนทัวร์ล่าสุดเมื่อปลายปี 2019 เผยหลังคว้าแชมป์รายการที่สามให้กับตัวเอง พร้อมขยับขึ้นนำในตารางอันดับคะแนนสะสมเอเชียน ทัวร์ ออร์เดอร์ออฟเมอริตว่า "บอกตามตรงเลยว่าไม่มีคำไหนจะมาบรรยายฟอร์มการเล่นในสัปดาห์นี้ได้เลย ผมคิดว่านี่เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ผมทำผลงานได้มั่นคงที่สุดในรอบปี ผมเสียแค่โบกี้เดียวจากการเล่นทั้งหมด 72 หลุม ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่ก็มีคนทำสกอร์ต่ำกันเยอะมาก โดยเฉพาะคาซูกิแชมป์เก่าที่เล่นก๊วนเดียวกับผม เขาก็ทำแต้มไล่กดดันมาตลอด ส่วนเบอร์ดี้ในหลุมสุดท้ายเรียกได้ว่าเป็นเบอร์ดี้ที่ดีที่สุดในชีวิตเลย”

ทางด้าน คาซูกิ ฮิกะ แชมป์รายการนี้เมื่อปีที่แล้ว ออกสตาร์ทรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ตามหลังปวิธเพียงหนึ่งสโตรค หวดได้อีก 6 อันเดอร์พาร์ 66 จากการทำ 7 เบอร์ดี้ เสียโบกี้เดียว รวมสี่วันมี 24 อันเดอร์พาร์ 264 ไม่เพียงพอต่อการป้องกันแชมป์ รั้งรองรองแชมป์พร้อมรับเงินรางวัล 132,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 4.4 ล้านบาท

ขณะที่ โปรแจ๊ส-อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ อดีตมือหนึ่งเอเชียน ทัวร์ ปี 2019 เร่งเครื่องหวด 7 อันเดอร์พาร์ 65 จาก 7 เบอร์ดี้ โดยไม่เสียแม้โบกี้เดียว จบที่อันดับ 4 ร่วม ด้วยสกอร์รวม 22 อันเดอร์พาร์ 266 โดยมี สาริศ สุวรรณรัตน์ ตามมาที่อันดับ 7 ร่วมที่สกอร์ 19 อันเดอร์พาร์ 269 ส่วนสามโปรหนุ่มแถวหน้าของไทยอย่าง สดมภ์ แก้วกาญจนา, รฐนน วรรณศรีจันทร์ และภูมิ ศักดิ์แสนศิลป์ รั้งอันดับ 8 ร่วมด้วยสกอร์รวมคนละ 18 อันเดอร์พาร์ 270

No comments yet
ความคิดเห็น

คุณอาจชอบ

^